2008/Mar/16

ตอนนี้สบายดีแระ ฟื้นคืนชีพ ตวงติงได้เหมือนเดิม

หลังจากที่นอนไม่กระดุกกระดิกมา 4 วัน (ที่บ้าน)

กับอีก 1 คืน (ที่ โรงพยาบาล)

ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก .. หายแล้วเริ่มปากดี 55+

แค่ไข้ขึ้นสูง แล้วเช็ดไม่ลงตอนตี 2 แค่นั้นเอง -*-

แต่ตอนนั้นจำได้แหล่ะ ว่าทรมานมากเลย

ตัวมันร้อนรุ่ม ^^ มากกกกกกกกก

อยากหลับ ก็หลับไม่ได้ ปวดหัว ปวดตาไปหมด

ทนฝืนตัวเองลุกไปหายาใส่ปาก กะผ้าเย็นไว้เช็ดหัวตัว(เอง)

ทีแรกแน่มาก ไม่ปริปากบอกใครซักคำ

ซักพักใหญ่ ไม่ไหวแล้ว เริ่มแหกปาก ให้ชาวบ้านเค้าแตกตื่น 55+

ไอ่คำว่า "ไม่ไหวแล้ว" นี่แหล่ะ ป๊าจับส่งโรงบาลเลย

จิงๆ ก็เพราะอาเจียนตลอดเวลาด้วยแหล่ะ -*-

เค้าเลยให้ไปนอนกินน้ำเกลือเล่นๆ ^^!

.

1 คืนที่นั่น ไม่รู้สึกรู้สาอะไร

รู้สึกแต่ว่า ถึงมือหมอแล้ว กรูต้องปลอดภัย

ใครทำไรกันไม่สนแระ กรูนอนดีกว่า เพลียจัด -*-

หมอเจาะเลือด สันนิษฐานว่า

เป็นไข้หวัดชนิดเดียวกับไข้เลือดออก เพียงแต่ตุ่มยังไม่ขึ้น

ไม่ใช่ไข้หวัดนกแต่อย่างใด (ใครช่างคิดวะ)

ยิ่งร้อนๆ หนาวๆ เพราะชอบกินไข่ทอดไม่สุกอยู่ด้วย 555

.

มาพักฟื้นต่อที่บ้าน

ก็ไม่มีอะไรแตกต่างไป นอกซะจากว่า

ไข้ที่มันลดลง เพราะยาลดไข้ที่กินไป แต่มันเป็นแบบขึ้นๆ ลงๆ นะ

อาการปวดหัว ปวดตา ยังคงอยู่อีก 2-3 วัน ไม่หายซะที

จนต้องไป รพ อีกครั้ง

ทีนี้หมอให้ยาฆ่าเชื้อกะแก้ปวดมาเพิ่ม

กินอีก 2-3 วันนั่นแหล่ะ ถึงจะรู้สึกดีขึ้นมา

.

จิงๆ สามารถลุกขึ้นมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อได้

วันนี้ก็วันที่ 3 แล้วแหล่ะ

ขาดไม่ได้ เด๋วลงแดงตาย

เพื่อนเรียกร้อง(เหรอก็เปล่า 555)

.

เพิ่งรู้ซึ้งกับคำว่า "ทำไม่ได้" กับยัง "ไม่ได้ทำ" ก็วันนี้

แปลกดีเหมือนกัน ที่ครั้งนึงเคยประเมิณความรู้สึกตัวเองต่ำไป

ได้แต่เฝ้าบอกกับตัวเองว่า คงทำไม่ได้

ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยลองได้ลงมือทำ

แล้วจู่ๆ เมื่อวันเวลาผ่านไป ก็เพิ่งมารู้ตัวว่าทำมันไปได้แล้ว

งงกันมั้ย!!

แต่ก็รู้สึกดีกับความรู้สึกแบบนี้นะ

ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องพยายาม เพียงแค่ปล่อยให้เวลาผ่านไป

รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย^^

.

เส้นทางเดินที่ผ่านมา โซซัดโซเซอยู่พอสมควร

ไม่รู้ควรจะดีใจ หรือ เสียใจกับมันดีเหมือนกัน

แต่ช่างมันเถอะ ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ถือว่าทำได้ดีที่สุด

แค่นั้น..กับทุกๆ เรื่อง

.

บอกไม่ถูกนะว่าวันนี้รู้สึกยังไง

รู้แค่ว่าสบายใจ มีความสุขที่สามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง

เลิกที่จะเอาหัวใจไปผูกติดไว้กับตรีนใคร

3 เดือนที่ผ่านมา อาจจะมีเรื่องราวทั้งร้ายและดีผ่านเข้ามามากมาย

ความสุข มันอยู่ได้ไม่นาน

แต่ความทุกข์ ก็ไม่ได้จมอยู่กับเราไปได้ตลอด

รู้ซึ้งสัจธรรมข้อนี้ ก็เพียงพอแล้วกับการใช้ชีวิตเดินต่อไป^^

จัดสรรให้ดี

555555555

และที่สำคัญ ก็ต้องขอบคุณใครอีกหลายคน

ที่ไม่เคยทิ้งกัน!!

 

2008/Mar/07

บ่นกับหลายคนมานาน ว่าอยากไปเท่วทะเล

ใจน่ะ มันอยากไปจิงๆ นะ

ประกอบกับสภาพจิตใจช่วงนี้ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก

การตัดสินใจมันเลยง่ายขึ้น ^^!

.

เคยได้ยินมาเสมอนะว่า คนอกหักมักชอบไปทะเล

ไม่เข้าใจเหมือนกันนะว่า ทำไมต้องเป็นทะเล

เป็น พารากอน เยาวราช ตลาดน้ำ อะไรพวกนี้ไม่ได้หรอ 55+

.

อุ๋มก็เข้าใจนะว่า อารมณ์แบบนี้

การใช้เวลาอยู่กับตัวเองคนเดียวเงียบๆ คงเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

บ่ายๆ ของวันพุธ อุ๋มก็ยังสับสนอยู่นะว่า

จะเดินไปทางไหนดี มันเหมือนกับว่าพื้นที่มากมายบนโลกใบนี้

ไม่มีที่ๆ เหมาะสมให้เรายืน

-*-*-*-*-*-

ไปดูหนังคนเดียวซักเรื่องก็ได้

ไปนั่งเล่นใต้สะพานพระราม 8 ก็ไม่เลว

หรือไกลกว่านี้ ไปชะอำเลยก็ดีเหมือนกัน

-*-*-*-*-*-

นั่งรถออกจากห้อง มาต่อรถตู้ตรงแยกบางนา

ก็ยังตัดสินใจไม่ได้นะว่า จะไปไหนดี

โอเคคิดไม่ตก เลิกคิด นอนหลับพักสมองก่อนดีกว่า ^^!

ตื่นมาอีกที รถตู้ขับมาเกือบถึงสายใต้ใหม๊..ใหม่ซะแล้ว

ตอนนี้ไม่ได้ใช้เลยทั้งสมองแล้วก็ความรู้สึก

โทรไปหาใครคนนึง ถ้าเค้ารับ..ไม่ไป แต่ถ้าไม่รับ..ก็จะไป

คำตอบที่ได้รับ ก็คือ การเดินไปซื้อตั๋ว กรุงเทพฯ - ชะอำ หัวหิน ปราณ

เสียเงินกับตั๋วไป 150 บาท แล้วหันมามองดูตัวเอง

คนๆ นึงที่กำลังจะเดินทาง bagpack

มาดูกันว่า bagpack ที่ว่าของอุ๋มเนี่ย เปิดมาแล้ว เจออะไรบ้าง -*-

-*-*-*-*-*-

1. กระเป๋าสตางค์

2. กระเป๋าเครื่องสำอาง

3. ครีมทามือ

4. สายชาร์ตแบตโทรสับ

5. กล้องดิจิตอล (ที่แบตหมดใช้การไม่ได้)

6. ชุดชั้นใน (ที่ใช้แล้วอีกเช่นกัน -*-)

-*-*-*-*-*-

แล้วมันจะช่วยอะไรได้วะเนี่ย

-*-*-*-*-*-

แต่เอาวะ ไปตายเอาดาบหน้า

ซื้อตั๋วมา 3 โมงเย็น กว่ารถจะออกเกือบๆ 4 โมง

(ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานมากว่า แท้ที่จริงไม่รู้เลยว่าต้องใช้เวลาเดินทางถึง 3 ชม.)

ก็นึกว่า ชั่วโมงกว่าๆ เองอ่ะ -*-

นั่งจนเมื่อเลยกรู

3 ชม. บนรถคิดอะไรได้บ้าง

2 ชม.แรก ไม่ต้องพูดถึง ก็หลับตามสันดานเดิม

1 ชม.ที่มีสติล่ะ

ก็คิดอยู่อย่างเดียวว่า กรูมาทำอะไรที่นี่ แล้วกรูจะไปทำไม(วะ)

ถ้าขับรถมาเอง คงมีหักพวงมาลัยกลับกันบ้างล่ะ

แต่นี่โดยสารเค้ามา เอาวะ คืนเดียวเอง

ก็นั่งเหม่อๆ ลอยๆ ไปเรื่อยเปื่อย จนพนักงานมาสะกิดถามว่า จะลงไหน

ก็ตอบไปว่า "ชายหาดค่ะ"

ด้วยความมักง่ายหรือความขี้เกียจของคนขับรถก็ไม่รู้

เค้าเลยหยิบเงินให้อุ๋ม 20 บาท เพื่อให้ต่อรถเข้าหาดเอง -*- ดีจิงๆ

ลงจากรถมาเจอพี่วิน(มอไซด์)พอดี รอดแล้วกรู

พี่วินก็ถามอีกว่า จะไปไหน

ก็ตอบไปเหมือนเดิมว่า "ชายหาด" ค่ะ

พี่วินถามอีกว่า "ส่วนไหนของชายหาด"

-*- แล้วกรูจะบอกถูกมั้ยคับพี่ค๊าบ (คิดในใจ)

ก็เลยตอบไปว่า "ส่วนไหนก็ได้ ที่ใกล้หาด แล้วก็มีที่พักที่มาตรฐานหน่อย"

โอเคพี่วินเข้าใจจุดประสงค์แระ แล้วก็พามาลงที่หน้าโรงแรมเล็กๆ แห่งนึง

ภายนอกก็ดูสะอาด ปลอดภัยดีนะ

ได้ขึ้นไปดูห้องก่อนตัดสินใจ ก็โอเคแหล่ะ สะอาด ที่สำคัญไม่วังเวง

ข้างห้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ (กรูพอใจแระ ^^)

ค่าห้อง 500 + ค่ามัดจำกุญแจอีก 100

เดินขึ้นบันไดไปอีก 4 ชั้น วางสัมมาระ(ยังจะกล้าเรียก -*-) อย่างลวกๆ

เสดแล้ว ก็เดินออกมาแถวๆ ชายหาด

ฟ้าตอนทุ่มกว่าๆ เนี่ย เริ่มมืดได้ที่เลยนะ

แต่อุ๋มเห็นว่า ยังพอมีคนอีกหลายคน หลายกลุ่ม นั่งเล่น เดินเล่นกันอยู่

ก็เลยอุ่นใจ ถือโอกาสนั่งเล่นรับลมกับเค้าบ้าง

มองทะเลออกไปจนสุดปลายฟ้า

แสงของมันทำให้ใจรู้สึกล่องลอยดีพิกล

ทะเลเวลาแบบนี้ มันให้ความรู้สึกเหงาจังนะ

จากนั้น ทำนบกั้นน้ำในตาก็พังลงง่ายดายมาก

มันไหลออกมาไม่หยุด แล้วอุ๋มก็ไม่คิดที่จะห้ามมันด้วยนะ

อยากไหลก็ไหลออกมาให้หมด หมดไม่ให้หลงเหลือได้อีกเลยยิ่งดี

โยนความเสียใจให้หมดไปกับท้องทะเล T_T

(น่าสงสารทะเลนะ ป่านนี้คงเค็มขึ้นกว่าแรกเริ่มเยอะ เพราะมีแต่คนไปเพิ่มน้ำตา 55+)

นั่งร้องอยู่แบบนั้น

จนน้ำตามันแห้งไปเองด้วยลมทะเล

เริ่มมีสติห่วงความปลอดภัยของตัวเองขึ้นมาบ้าง

คิดได้ก็รีบลุกเดินกลับที่พักอย่างเร็ว

(ไปนอนดูมณีรินทร์ดีกว่า)

ก่อนอื่น อาบน้ำซะหน่อย จะได้สดชื่นขึ้น ตาช้ำอีกตะหากกรู -*-

แต่เวรแล้วล่ะ ลืมคิดไปว่า มีแค่ชุดที่ใส่มาแค่ชุดเดียว

ตอนที่เดินเล่นริมทะเล ขากางเกงเปียกไปเกินเข่า

แล้วกรูจะใส่อะไรนอน -*-

(แก้ปัญหาเฉพาะตัวไปก่อน คิดเอาละกันว่า มีอะไรหลงเหลือให้ใส่นอนได้บ้าง 55+)

.

งงกันป่ะ

ว่าคนที่กลัวผีขึ้นสมองอย่างอุ๋ม จะมาอยู่ที่ๆ แบบนี้คนเดียวได้ยังไง

เข้าใจอารมณ์ฟุ้งซ่านป่ะล่ะ คิดอะไรไม่ออก จนทำได้มันทุกอย่าง

นั่นแหล่ะสิ่งที่อุ๋มเป็น

แต่ก็นะ กว่าจะหลับ ก็ต้องรอให้ง่วงสุดๆ นั่นแหล่ะ

แล้วก็เปิดไฟ เปิดทีวีนอนเหมือนเดิม จนเช้า!!

.

ตั้งมือถือปลุกเวลาไว้ตั้งแต่ 6 โมงเช้า

อยากไปดูพระอาทิตย์ขึ้นอย่างที่ตั้งใจ

แต่ที่ไหนได้ 7 โมงนู่นแหล่ะกว่าจะลุกได้

สว่างจ้า พระอาทิตย์ลอยขึ้นไปซะแร้ว ^^

รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำ แต่งตัวอย่างไว เดินลงมา

ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นประกายระยิบระยับจากน้ำในท้องทะเลตรงหน้า

มันทำให้อุ๋มยิ้มได้ สบายใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน

เดินเล่นเรื่อยๆ ไปจนถึงชายหาด ถอดร้องเท้าส้นสูงทิ้งไว้

แล้วก็พับขากางเกงลยเลยคับ

และแล้วเท้าก็ได้แตะน้ำทะเลซักที ^^

ชะอำวันนี้เปลี่ยนไปนะ น้ำใสขึ้น คลื่นก็แรงกว่าเดิม

กางเกงที่ใส่งี้เปียกชุ่มเหมือนเดิม -*-

แต่ไม่สน ช่างมัน เดินลุยไปเรื่อยๆ แล้วก็เดินขึ้นมาบนฝั่งอีกที

เขียนคำว่า "เหงาจัง" ไว้ที่พื้นทราย

มีคุณลุงคนนึงเดินผ่านมา เล่นอ่านซะดัง -*-

เดินจนเมื่อย ก็ไปนั่งเล่นที่โขดหินรับลม ฟังเสียงคลื่นซัดแรงๆ

ปีนไปปีนมา มีลื่น เกือบตกหินตายแล้วมั้ยล่ะกรู 55+

.

เวลาที่มาเดินเล่นเนี่ย

ไม่ได้ทำให้อุ๋มคิดอะไรขึ้นมาได้เลยนะ

มันเพลิน เพลินจนลืมเรื่องที่ค้างในใจไปหมดเลยจิงๆ

มีเวลามานั่งคิดอีกที

ก็ตอนสั่งข้าวหมูทอดกระเทียม กะ ชานม มากินตรงร้านอาหารหน้าหาด

มองคนเดินผ่านไปผ่านมา ก็คิดๆๆ

เชื่อมั้ยว่า คนแรกๆ ที่อุ๋มคิดว่าเค้าน่าจะมาอยู่ตรงนี้ด้วยกัน

แล้วจะทำให้วันๆ นี้ของอุ๋มมีความสุข

ก็คือ ป๊ากะแม่ แล้วก็เพื่อนๆ (จิงๆ นะ)

แต่ก็ยอมรับแหล่ะว่า ก็คิดถึงเค้าคนนั้นเหมือนกัน เป็นบางวูบ

จากตรงนี้ อุ๋มเริ่มยอมรับแล้วล่ะว่า

ไม่มีเค้า อุ๋มอาจไม่มีความสุขมากนัก

แต่อุ๋มก็อยู่ได้ เหมือนกับวันๆ นี้ที่ยังต้องอยู่

ถ้าเค้าแคร์อุ๋มอย่างที่เค้าพูดจิงๆ อุ๋มก็คงไม่ต้องมานั่งอยู่ที่นี่ คนเดียวตรงนี้

คิดแบบนี้ก็สบายใจขึ้นบ้าง

เหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองซะที ^^

.

การมาครั้งนี้ อุ๋มขอคิดไปเองนะว่ามันคุ้ม

คุ้มกับความรู้สึกที่ได้มา

ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่เต็มร้อย

แต่อุ๋มเชื่อนะว่า จะต้องเดินผ่านมันไปได้อีกครั้ง

(ร้องไห้ที่ไหน ความเสียใจมันก็เท่ากัน)

.

บางทีอาจต้องขอบคุณเค้าคนนั้นด้วยซ้ำนะ

ที่กลับมาทำให้อุ๋มได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นไปอีกก้าว

แต่ก็อย่างว่าแหล่ะ

ถ้าไม่เจ็บปวดซะบ้าง ก็คงยังคิดอะไรไม่ได้

อุ๋มเริ่มที่จะเข้าใจเค้า แล้วก็เข้าใจตัวเอง

เข้าใจในสิ่งที่เป็นเรา

^___^

.

สุดท้าย สิ่งที่อุ๋มได้กลับมาคราวนี้ คือ ความรู้สึกที่ว่า..

ถ้าต้องไปทะเลในครั้งหน้า จะไม่ขอไปคนเดียวอีกแล้วล่ะ

ไม่สนุกเลย -*-

 

 

 

 

2008/Mar/05

อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ซักพัก

ไปไหนดีนะ