2008/Mar/07

บ่นกับหลายคนมานาน ว่าอยากไปเท่วทะเล

ใจน่ะ มันอยากไปจิงๆ นะ

ประกอบกับสภาพจิตใจช่วงนี้ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก

การตัดสินใจมันเลยง่ายขึ้น ^^!

.

เคยได้ยินมาเสมอนะว่า คนอกหักมักชอบไปทะเล

ไม่เข้าใจเหมือนกันนะว่า ทำไมต้องเป็นทะเล

เป็น พารากอน เยาวราช ตลาดน้ำ อะไรพวกนี้ไม่ได้หรอ 55+

.

อุ๋มก็เข้าใจนะว่า อารมณ์แบบนี้

การใช้เวลาอยู่กับตัวเองคนเดียวเงียบๆ คงเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

บ่ายๆ ของวันพุธ อุ๋มก็ยังสับสนอยู่นะว่า

จะเดินไปทางไหนดี มันเหมือนกับว่าพื้นที่มากมายบนโลกใบนี้

ไม่มีที่ๆ เหมาะสมให้เรายืน

-*-*-*-*-*-

ไปดูหนังคนเดียวซักเรื่องก็ได้

ไปนั่งเล่นใต้สะพานพระราม 8 ก็ไม่เลว

หรือไกลกว่านี้ ไปชะอำเลยก็ดีเหมือนกัน

-*-*-*-*-*-

นั่งรถออกจากห้อง มาต่อรถตู้ตรงแยกบางนา

ก็ยังตัดสินใจไม่ได้นะว่า จะไปไหนดี

โอเคคิดไม่ตก เลิกคิด นอนหลับพักสมองก่อนดีกว่า ^^!

ตื่นมาอีกที รถตู้ขับมาเกือบถึงสายใต้ใหม๊..ใหม่ซะแล้ว

ตอนนี้ไม่ได้ใช้เลยทั้งสมองแล้วก็ความรู้สึก

โทรไปหาใครคนนึง ถ้าเค้ารับ..ไม่ไป แต่ถ้าไม่รับ..ก็จะไป

คำตอบที่ได้รับ ก็คือ การเดินไปซื้อตั๋ว กรุงเทพฯ - ชะอำ หัวหิน ปราณ

เสียเงินกับตั๋วไป 150 บาท แล้วหันมามองดูตัวเอง

คนๆ นึงที่กำลังจะเดินทาง bagpack

มาดูกันว่า bagpack ที่ว่าของอุ๋มเนี่ย เปิดมาแล้ว เจออะไรบ้าง -*-

-*-*-*-*-*-

1. กระเป๋าสตางค์

2. กระเป๋าเครื่องสำอาง

3. ครีมทามือ

4. สายชาร์ตแบตโทรสับ

5. กล้องดิจิตอล (ที่แบตหมดใช้การไม่ได้)

6. ชุดชั้นใน (ที่ใช้แล้วอีกเช่นกัน -*-)

-*-*-*-*-*-

แล้วมันจะช่วยอะไรได้วะเนี่ย

-*-*-*-*-*-

แต่เอาวะ ไปตายเอาดาบหน้า

ซื้อตั๋วมา 3 โมงเย็น กว่ารถจะออกเกือบๆ 4 โมง

(ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานมากว่า แท้ที่จริงไม่รู้เลยว่าต้องใช้เวลาเดินทางถึง 3 ชม.)

ก็นึกว่า ชั่วโมงกว่าๆ เองอ่ะ -*-

นั่งจนเมื่อเลยกรู

3 ชม. บนรถคิดอะไรได้บ้าง

2 ชม.แรก ไม่ต้องพูดถึง ก็หลับตามสันดานเดิม

1 ชม.ที่มีสติล่ะ

ก็คิดอยู่อย่างเดียวว่า กรูมาทำอะไรที่นี่ แล้วกรูจะไปทำไม(วะ)

ถ้าขับรถมาเอง คงมีหักพวงมาลัยกลับกันบ้างล่ะ

แต่นี่โดยสารเค้ามา เอาวะ คืนเดียวเอง

ก็นั่งเหม่อๆ ลอยๆ ไปเรื่อยเปื่อย จนพนักงานมาสะกิดถามว่า จะลงไหน

ก็ตอบไปว่า "ชายหาดค่ะ"

ด้วยความมักง่ายหรือความขี้เกียจของคนขับรถก็ไม่รู้

เค้าเลยหยิบเงินให้อุ๋ม 20 บาท เพื่อให้ต่อรถเข้าหาดเอง -*- ดีจิงๆ

ลงจากรถมาเจอพี่วิน(มอไซด์)พอดี รอดแล้วกรู

พี่วินก็ถามอีกว่า จะไปไหน

ก็ตอบไปเหมือนเดิมว่า "ชายหาด" ค่ะ

พี่วินถามอีกว่า "ส่วนไหนของชายหาด"

-*- แล้วกรูจะบอกถูกมั้ยคับพี่ค๊าบ (คิดในใจ)

ก็เลยตอบไปว่า "ส่วนไหนก็ได้ ที่ใกล้หาด แล้วก็มีที่พักที่มาตรฐานหน่อย"

โอเคพี่วินเข้าใจจุดประสงค์แระ แล้วก็พามาลงที่หน้าโรงแรมเล็กๆ แห่งนึง

ภายนอกก็ดูสะอาด ปลอดภัยดีนะ

ได้ขึ้นไปดูห้องก่อนตัดสินใจ ก็โอเคแหล่ะ สะอาด ที่สำคัญไม่วังเวง

ข้างห้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ (กรูพอใจแระ ^^)

ค่าห้อง 500 + ค่ามัดจำกุญแจอีก 100

เดินขึ้นบันไดไปอีก 4 ชั้น วางสัมมาระ(ยังจะกล้าเรียก -*-) อย่างลวกๆ

เสดแล้ว ก็เดินออกมาแถวๆ ชายหาด

ฟ้าตอนทุ่มกว่าๆ เนี่ย เริ่มมืดได้ที่เลยนะ

แต่อุ๋มเห็นว่า ยังพอมีคนอีกหลายคน หลายกลุ่ม นั่งเล่น เดินเล่นกันอยู่

ก็เลยอุ่นใจ ถือโอกาสนั่งเล่นรับลมกับเค้าบ้าง

มองทะเลออกไปจนสุดปลายฟ้า

แสงของมันทำให้ใจรู้สึกล่องลอยดีพิกล

ทะเลเวลาแบบนี้ มันให้ความรู้สึกเหงาจังนะ

จากนั้น ทำนบกั้นน้ำในตาก็พังลงง่ายดายมาก

มันไหลออกมาไม่หยุด แล้วอุ๋มก็ไม่คิดที่จะห้ามมันด้วยนะ

อยากไหลก็ไหลออกมาให้หมด หมดไม่ให้หลงเหลือได้อีกเลยยิ่งดี

โยนความเสียใจให้หมดไปกับท้องทะเล T_T

(น่าสงสารทะเลนะ ป่านนี้คงเค็มขึ้นกว่าแรกเริ่มเยอะ เพราะมีแต่คนไปเพิ่มน้ำตา 55+)

นั่งร้องอยู่แบบนั้น

จนน้ำตามันแห้งไปเองด้วยลมทะเล

เริ่มมีสติห่วงความปลอดภัยของตัวเองขึ้นมาบ้าง

คิดได้ก็รีบลุกเดินกลับที่พักอย่างเร็ว

(ไปนอนดูมณีรินทร์ดีกว่า)

ก่อนอื่น อาบน้ำซะหน่อย จะได้สดชื่นขึ้น ตาช้ำอีกตะหากกรู -*-

แต่เวรแล้วล่ะ ลืมคิดไปว่า มีแค่ชุดที่ใส่มาแค่ชุดเดียว

ตอนที่เดินเล่นริมทะเล ขากางเกงเปียกไปเกินเข่า

แล้วกรูจะใส่อะไรนอน -*-

(แก้ปัญหาเฉพาะตัวไปก่อน คิดเอาละกันว่า มีอะไรหลงเหลือให้ใส่นอนได้บ้าง 55+)

.

งงกันป่ะ

ว่าคนที่กลัวผีขึ้นสมองอย่างอุ๋ม จะมาอยู่ที่ๆ แบบนี้คนเดียวได้ยังไง

เข้าใจอารมณ์ฟุ้งซ่านป่ะล่ะ คิดอะไรไม่ออก จนทำได้มันทุกอย่าง

นั่นแหล่ะสิ่งที่อุ๋มเป็น

แต่ก็นะ กว่าจะหลับ ก็ต้องรอให้ง่วงสุดๆ นั่นแหล่ะ

แล้วก็เปิดไฟ เปิดทีวีนอนเหมือนเดิม จนเช้า!!

.

ตั้งมือถือปลุกเวลาไว้ตั้งแต่ 6 โมงเช้า

อยากไปดูพระอาทิตย์ขึ้นอย่างที่ตั้งใจ

แต่ที่ไหนได้ 7 โมงนู่นแหล่ะกว่าจะลุกได้

สว่างจ้า พระอาทิตย์ลอยขึ้นไปซะแร้ว ^^

รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำ แต่งตัวอย่างไว เดินลงมา

ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นประกายระยิบระยับจากน้ำในท้องทะเลตรงหน้า

มันทำให้อุ๋มยิ้มได้ สบายใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน

เดินเล่นเรื่อยๆ ไปจนถึงชายหาด ถอดร้องเท้าส้นสูงทิ้งไว้

แล้วก็พับขากางเกงลยเลยคับ

และแล้วเท้าก็ได้แตะน้ำทะเลซักที ^^

ชะอำวันนี้เปลี่ยนไปนะ น้ำใสขึ้น คลื่นก็แรงกว่าเดิม

กางเกงที่ใส่งี้เปียกชุ่มเหมือนเดิม -*-

แต่ไม่สน ช่างมัน เดินลุยไปเรื่อยๆ แล้วก็เดินขึ้นมาบนฝั่งอีกที

เขียนคำว่า "เหงาจัง" ไว้ที่พื้นทราย

มีคุณลุงคนนึงเดินผ่านมา เล่นอ่านซะดัง -*-

เดินจนเมื่อย ก็ไปนั่งเล่นที่โขดหินรับลม ฟังเสียงคลื่นซัดแรงๆ

ปีนไปปีนมา มีลื่น เกือบตกหินตายแล้วมั้ยล่ะกรู 55+

.

เวลาที่มาเดินเล่นเนี่ย

ไม่ได้ทำให้อุ๋มคิดอะไรขึ้นมาได้เลยนะ

มันเพลิน เพลินจนลืมเรื่องที่ค้างในใจไปหมดเลยจิงๆ

มีเวลามานั่งคิดอีกที

ก็ตอนสั่งข้าวหมูทอดกระเทียม กะ ชานม มากินตรงร้านอาหารหน้าหาด

มองคนเดินผ่านไปผ่านมา ก็คิดๆๆ

เชื่อมั้ยว่า คนแรกๆ ที่อุ๋มคิดว่าเค้าน่าจะมาอยู่ตรงนี้ด้วยกัน

แล้วจะทำให้วันๆ นี้ของอุ๋มมีความสุข

ก็คือ ป๊ากะแม่ แล้วก็เพื่อนๆ (จิงๆ นะ)

แต่ก็ยอมรับแหล่ะว่า ก็คิดถึงเค้าคนนั้นเหมือนกัน เป็นบางวูบ

จากตรงนี้ อุ๋มเริ่มยอมรับแล้วล่ะว่า

ไม่มีเค้า อุ๋มอาจไม่มีความสุขมากนัก

แต่อุ๋มก็อยู่ได้ เหมือนกับวันๆ นี้ที่ยังต้องอยู่

ถ้าเค้าแคร์อุ๋มอย่างที่เค้าพูดจิงๆ อุ๋มก็คงไม่ต้องมานั่งอยู่ที่นี่ คนเดียวตรงนี้

คิดแบบนี้ก็สบายใจขึ้นบ้าง

เหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองซะที ^^

.

การมาครั้งนี้ อุ๋มขอคิดไปเองนะว่ามันคุ้ม

คุ้มกับความรู้สึกที่ได้มา

ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่เต็มร้อย

แต่อุ๋มเชื่อนะว่า จะต้องเดินผ่านมันไปได้อีกครั้ง

(ร้องไห้ที่ไหน ความเสียใจมันก็เท่ากัน)

.

บางทีอาจต้องขอบคุณเค้าคนนั้นด้วยซ้ำนะ

ที่กลับมาทำให้อุ๋มได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นไปอีกก้าว

แต่ก็อย่างว่าแหล่ะ

ถ้าไม่เจ็บปวดซะบ้าง ก็คงยังคิดอะไรไม่ได้

อุ๋มเริ่มที่จะเข้าใจเค้า แล้วก็เข้าใจตัวเอง

เข้าใจในสิ่งที่เป็นเรา

^___^

.

สุดท้าย สิ่งที่อุ๋มได้กลับมาคราวนี้ คือ ความรู้สึกที่ว่า..

ถ้าต้องไปทะเลในครั้งหน้า จะไม่ขอไปคนเดียวอีกแล้วล่ะ

ไม่สนุกเลย -*-

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet


ทะเลน้ำเมาไหมน้อง
หัวทิ่มกัน
555555555+
surprised smile
กูบอกแล้ว
ว่าไปทะเลคนเดียว มันก็ได้อารมณ์ดี
(กูหมายถึงว่า มันจะได้ฟิลลิ่งน่ะ)


อย่างน้อยเอ็งก็จะได้คิดอะไรคนเดียวซะบ้าง
บางทีไอ้อะไรที่มึงคิดไม่ออก บอกไม่ถูก
ก็ไปเล่าให้ปูลม ทราย น้ำทะเล ฟังก็ยังได้


กูว่าจะไปสักรอบเหมือนกัน
ทีแรกกะจะไปไอ้ที่ไม่ค่อยมีคนไปซะด้วย
ถ้าจะให้ดีก็ไม่ต้องมีพวกน้ำไฟมาเกะกะการดำรงชีวิต
(แต่อันนี้กูว่ามันเกินไป)



อย่างน้อยการไปคราวนี้ทำให้มึงคิดอะไรได้บ้างละนะ big smile
#8 by tara At 2008-03-12 01:02,
โดดงานใช่มั้ยเนี่ย น่าตีจริงๆ
#5 by ~ DumkuM1982 ~ At 2008-03-07 17:43,
เลียนแบบนี่หว่า

ไม่ไหวๆconfused smile

แล้วหมดรึยังไอ้ปัญหาเนี่ย

ทิ้งมันลงทะเลหมดยัง""
#4 by ta...! At 2008-03-07 16:30,
เข้าใจฟีลลิ่งเลย
ไปคนเดียวมาหลายทีแล้วเหมือนกัน
ทั้งทะเลทั้งทื่อื่นๆ

แต่ทะเลตอนไปคนเดียวเนี่ย มันจะสนุกตอนมีเพื่อนแปลกหน้ามานั่งชนเหล้าด้วยเนี่ยะแหละ

แล้วที่เค้าเจอ ส่วนใหญ่ก็เป็นฝรั่ง บางคนก็นิสัยดีซะจนบรรยายไม่ถูกบางคนเรื้อนหน่อยโม้ซะน้ำกระจาย

กลางวันก็นั่งอ่านสือ จิบเบียร์ริมหาด ฟังเสียงน้ำ รับลม โอวววว ปลดปล่อยดีจริงๆ

ตกกลางคืน ยังไม่ทันมีเวลาให้คิดอะไรให้เหงาอะไร เหล้าเข้าปากแล่ว 55555555555+

สรุป ไปทะเลคนเดียว ไม่ช่วยให้คิดอะไรได้เลย แต่ได้ปลดปล่อยทุกสิ่งออกไปเลย

กลับมาแล้วเค้าก็ไม่คิดไรอีกแล้ว ปลดปล่อยไปกับน้ำ(เมา)ทะเลให้หมด แล้วรอความรักครั้งใหม่ดีกว่า(จริงๆไม่ได้อยากมีหลายครั้งเลยนะ โชคชะตามันทำให้เป็นแบบนั้นเอง)

สุดท้ายนี้ ยินดีด้วยนะจ๊ะ ที่รู้สึกว่าคุ้มที่ได้ไป เค้าสอบอิจฉามากมาย อยากไปมั่ง

ปล.วันนี้เค้าก็ได้ปลดปล่อยแล้ว ขอเต็มที่หน่อยเหอะ อดอยากมานาน วิฮิ้ววววววววววววว
surprised smile
เข้าใจตัวเอง ยอมรับความจริง และ อยู่กับความจริง ได้ ขอให้คุณอุ๋มมีความสุขไวไวนะคะbig smile
#2 by Meowzilla Zilla At 2008-03-07 15:57,
ปลดปล่อยทุกอย่างลงบ้าง...
แล้วหันมาดูตัวเองว่าเหนื่อยหรือยัง...

ถ้าเหนื่อยก้อหยุดอยู่นิ่ง
อย่าวิ่งต่อ...เพราะยิ่งวิ่งก้อยิ่งเหนื่อย...

แล้วก้อเหนื่อยคนเดียวด้วย
ไม่มีใครมาเหนื่อยกับเรา
เพราะเขาไม่ได้วิ่งไปพร้อมๆกับเรา

ความรัก...
มันคือการที่คน 2 คนเดินไปพร้อมๆกัน
พูดคุยเรื่องราวต่างๆไปด้วยตลอดทางเดิน

ถ้าความรักที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่ใช่แบบนี้
ก้อหยุด...แล้วหาใหม่ดีกว่า
#1 by Ploysaiii&Soitee At 2008-03-07 15:04,